แค่ที่เรานั่งภาวนา เพื่อให้จิตสงบเฉพาะเวลา แต่พอลืมตาขึ้นมา ก็ปล่อยอารมณ์ลอยไป ในสถานที่ต่าง ๆ เป็นปัจจัยของความชั่ว คือไม่ยอมเคารพในศีล ไม่ยอมเคารพในธรรม ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแนะนำ การหลับตาสักแสนปี หรือโกฏิชาติ ก็ไม่มีประโยชน์ใด ๆ มันมีอยู่อย่างเดียวคือ อารมณ์ทรงความดี
ทีนี้ ในเมื่อยอมรับนับถือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นปกติ เมื่อเรายอมรับนับถือท่าน เราก็ต้องทรงศีล 5 ในศีลของตนเองบริสุทธิ์ พระมีศีล 227 บริสุทธิ์ เณรมีศีล 10 บริสุทธิ์ฆราวาสมีศีล 5 บริสุทธิ์ นี่เราว่ากันขั้น พระโสดาบัน สำหรับศีล 8 นั้นเป็นศีล ของพระอนาคามี ในเมื่อเรามีศีลบริสุทธิ์ ศีลน่ะ มันบริสุทธิ์ยาก ถ้าอารมณ์ใจเราต่ำ ถ้ามีอารมณ์เลว ศีลจะบริสุทธิ์ได้ ต้องมีอารมณ์เยือกเย็น คือ มีอารมณ์เป็นน้ำ ไม่ใช่มีอารมณ์เป็นไฟ ทั้งนี้ ก็เพราะว่า ต้อง มีใจประกอบไปด้วยความรัก เห็นคนและสัตว์เป็นที่รักของเราทั้งหมด จิตต้องประกอบไปด้วยความกรุณาความสงสารเห็น คนและสัตว์ เราเห็นว่า เป็นคนที่เห็นว่า ควรจะสงเคราะห์ทั้งหมดตามกำลัง ที่เราพึงจะทำได้ อารมณ์จิต เราจะอ่อนโยนไม่หวั่นไหวไปในความชั่ว พลอยยินดีเมื่อบุคคลอื่นได้ดี ไม่อิจฉาริษยาบุคคลอื่น อารมณ์อิจฉาริษยาน่ะมันเป็นอารมณ์ของสัตว์ นรกมันมีแต่ความเร่าร้อน อารมณ์ที่ไม่มีจิตอิจฉาริษยาใครเป็นอารมณ์เยือกเย็น เป็นอารมณ์ของสวรรค์ เป็นอารมณ์ของ พรหม เป็นอารมณ์ของนิพพาน แล้วเราก็มีอุเบกขา หมายความว่า รู้ว่าสิ่งใดที่มันเป็นธรรมดาเราไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้
ทีนี้ ถ้าพรหมวิหาร 4 มีแก่บุคคลใด บุคคลนั้นหาความเลวไม่ได้มีแต่ความดี %A
แค่ที่เรานั่งภาวนา เพื่อให้จิตสงบเฉพาะเวลา แต่พอลืมตาขึ้นมา ก็ปล่อยอารมณ์ลอยไป ในสถานที่ต่าง ๆ เป็นปัจจัยของความชั่ว คือไม่ยอมเคารพในศีล ไม่ยอมเคารพในธรรม ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแนะนำ การหลับตาสักแสนปี หรือโกฏิชาติ ก็ไม่มีประโยชน์ใด ๆ มันมีอยู่อย่างเดียวคือ อารมณ์ทรงความดี
ทีนี้ ในเมื่อยอมรับนับถือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นปกติ เมื่อเรายอมรับนับถือท่าน เราก็ต้องทรงศีล 5 ในศีลของตนเองบริสุทธิ์ พระมีศีล 227 บริสุทธิ์ เณรมีศีล 10 บริสุทธิ์ฆราวาสมีศีล 5 บริสุทธิ์ นี่เราว่ากันขั้น พระโสดาบัน สำหรับศีล 8 นั้นเป็นศีล ของพระอนาคามี ในเมื่อเรามีศีลบริสุทธิ์ ศีลน่ะ มันบริสุทธิ์ยาก ถ้าอารมณ์ใจเราต่ำ ถ้ามีอารมณ์เลว ศีลจะบริสุทธิ์ได้ ต้องมีอารมณ์เยือกเย็น คือ มีอารมณ์เป็นน้ำ ไม่ใช่มีอารมณ์เป็นไฟ ทั้งนี้ ก็เพราะว่า ต้อง มีใจประกอบไปด้วยความรัก เห็นคนและสัตว์เป็นที่รักของเราทั้งหมด จิตต้องประกอบไปด้วยความกรุณาความสงสารเห็น คนและสัตว์ เราเห็นว่า เป็นคนที่เห็นว่า ควรจะสงเคราะห์ทั้งหมดตามกำลัง ที่เราพึงจะทำได้ อารมณ์จิต เราจะอ่อนโยนไม่หวั่นไหวไปในความชั่ว พลอยยินดีเมื่อบุคคลอื่นได้ดี ไม่อิจฉาริษยาบุคคลอื่น อารมณ์อิจฉาริษยาน่ะมันเป็นอารมณ์ของสัตว์ นรกมันมีแต่ความเร่าร้อน อารมณ์ที่ไม่มีจิตอิจฉาริษยาใครเป็นอารมณ์เยือกเย็น เป็นอารมณ์ของสวรรค์ เป็นอารมณ์ของ พรหม เป็นอารมณ์ของนิพพาน แล้วเราก็มีอุเบกขา หมายความว่า รู้ว่าสิ่งใดที่มันเป็นธรรมดาเราไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้
ทีนี้ ถ้าพรหมวิหาร 4 มีแก่บุคคลใด บุคคลนั้นหาความเลวไม่ได้มีแต่ความดี การที่จะคิดฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ก็ไม่มีในใจ เพราะเรามีความรัก ความสงสาร การจะลักจะขโมยเขา มันก็ไม่มี คิดจะยื้อแย่งความรัก ของบุคคลอื่น ก็ไม่มี การกล่าววาจาไม่ จริงก็ไม่มี วาจาหยาบก็ไม่มี วาจาส่อเสียดยุยงส่งเสริม อารมณ์อิจฉาริษยาบุคคลอื่นก็ไม่มี แล้วก็วาจาเพ้อเจ้อเหลวไหล ไร้ ประโยชน์ก็ไม่มี นี่เป็นอันว่า การทรงพรหมวิหาร 4 ทำตน ให้เป็นพระโสดาบันได้ง่าย และ ก็แถมใจ อีกนิดหนึ่งว่า เราต้อง การพระนิพพาน ทีนี้การที่เราคิดอยู่ว่า
เราจะทรงศีล 5 ให้บริสุทธิ์ คือ ทรงศีล ประจำเพศ ให้บริสุทธิ์ อันนี้เป็น สีลานุสติกรรมฐาน ถ้าเรา ทรงอา รมณ์ไว้ได้ ชื่อว่า เรามี ฌานในสีลานุสติกรรมฐาน
ถ้านึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อยู่เป็นประจำก็ชื่อว่าเรามี ฌานอยู่ในอนุสติ 3
ทีนี้ถ้าหากว่าเราตั้งใจอยู่ใน พรหมวิหาร 4 ประการเป็นปกติ ก็ชื่อว่า เรามีฌานในพรหมวิหาร 4
จิตน้อมไปถึง พระนิพพาน เป็นอารมณ์ ก็ชื่อว่าเรา มีฌานใน อุปสมานุสติกรรมฐาน
เป็นอันว่า อารมณ์แห่งการถึงพระโสดาบันขั้นต้น มีเพียงเท่านี้ ขอบรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่าน จงเข้าใจว่า การเป็นพระโสดาบันเป็นของไม่ยาก คนดีเป็นง่าย คนเลวเป็นยาก เพราะหากว่า คนเลวมีสันดานอบายภูมิติดมา ก็ย่อมไม่เห็นคุณค่าของความเป็นพระโสดาบัน โดยการปฏิบัติความดีเพียงแค่เล็กน้อย
พิมพ์โดย: ธรรมบาล