นี่บรรดา ท่านพุทธศาสนิกชน มาตั้งใจทำความดี ก็จงอย่าคิดว่า เราจะสร้างความดี กันแค่ความดีสามัญ หรือ ที่เรียกกันว่า ทำเป็นแค่อุปนิสัยอันนี้ไม่สมควร มันจะเป็นการขาดทุนเกินไปในการที่บำเพ็ญความดี อารมณ์ของเราก็ ควรจะคิดว่าอย่าง เลวที่สุดเราจะต้องตั้งอยู่ใน พระโสดาบัน เป็นอย่างต่ำ เพราะว่า พระโสดาบัน แบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ
1. เอกพิชี มีอารมณ์เคร่งเครียด เป็นพระโสดาบันละเอียด
2. โกลังโกละ เป็นพระโสดาบันอย่างกลาง
3. สัตตักขัตตุง เป็นพระโสดาบันอย่างหยาบ
อย่างเลวที่สุด เราควรจะคิดว่าภายใน 3 เดือน ใน 6 เดือนหรือว่า 1 ปี เราจะทรงอารมณ์ความเป็นพระโสดาบันไว้ให้ได้ นี่ควรจะตั้งใจอย่างนี้ เพราะการเจริญพระกรรมฐาน เราทำเพื่อความดี อย่าคบกิเลส อย่าทำใจ ให้เป็นทาสของกิเลส นี่การปฏิบัติ เข้าถึงพระโสดาบันเบื้องต่ำ ที่เรียกกันว่า สัตตักขัตตุง อันนี้พระพุทธเจ้า กล่าวว่า มีสมาธิพอสมควร คือ มีสมาธิเล็กน้อย แล้วก็มีปัญญาพิจารณาวิปัสสนาญาณเล็กน้อย ก็สามารถเป็นพระโสดาบันได้
ความจริงพระโสดาบัน ไม่ใช่ของสูง เป็นของธรรมดา ที่เรียกกันว่า ชาวบ้านชั้นดี ถ้าพระอริยะเบื้องสูง ซึ่งกล่าวว่าพระโสดาบัน คือ ธรรมที่จะทำให้คนเป็นพระโสดาบัน เหมือนกับของเด็กเล่น คือ เป็นของทำง่าย ๆ มีพรหมวิหาร 4 ประจำใจ เราก็เป็นพระโสดาบันได้แบบสบาย
พิมพ์โดย: ธรรมบาล