การฝึกมโนมยิทธิคำนำ โดย คณะผู้จัดทำคำแนะนำการฝึกมโนมยิทธิ โดย หลวงพ่อพระมหาวีระ ถาวโร การฝึกมโนมยิทธิ โดย หลวงพ่อพระมหาวีระ ถาวโร การฝึกมโนมยิทธิ โดย พระอาจินต์ ธมมจิตโต การท่องเที่ยวตามภพต่าง ๆ โดย สมพร บุญยเกียรติ การฝึกญาณ ๘ โดย พรนุช คืนคงดี ขอขอบพระคุณคุณ chaikrit sripaksa ที่ช่วยพิมพ์และส่งไฟล์มาให้ ขอโมทนาเป็นอย่างสูง |
การฝึกท่องเที่ยวตามภพต่าง
ๆ
คุณสมพร
บุญรเกียรติ - ครูฝึก
ครู : "ขอให้ทุกท่านตัดสินใจว่าการที่เรามาปฏิบัติพระกรรมฐานในวันนี้
ก็เพื่อหวังมรรคผลนิพพานเป็นสำคัญ
บัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหมดเห็นจริงตามคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมครูทุกประการแล้วว่า
การเกิดเป็นมนุษย์เต็มไปด้วยความทุกข์ทั้งกายและใจ มีความยุ่งยากนานาประการ
และร่างกายของข้าพระพุทธเจ้านี้เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วไม่ช้าก็เดินเข้าไปหาความแก่
ขณะที่ดำรงชีวิตอยู่ก็มีการป่วยไข้ไม่สบาย ประสบกับอารมณ์ไม่สมหวังนานาประการ
บางครั้งก็ถูกเขากลั่นแกล้ง ด่าว่าหรือถูกนินทา มีการพลัดพรากจากของรักของชอบใจ
และสิ่งสุดท้ายที่ทุกคนหนีไม่พ้นก็คือความตาย
เมื่อร่างกายนี้ตายไปเราก็ไม่สามารถจะแบกเอาไปได้
ร่างกายของบุคคลอื่นอันเป็นที่รักเราก็แบกเขาเอาไปไม่ได้
ทรัพย์สมบัติแม้ชิ้นเดียวหรือเงินทองแม้แต่บาทเดียว เราก็ไม่สามารถจะแบกเอาไปได้
เพราะฉะนั้นถ้าร่างกายของข้าพระพุทธเจ้านี้พังเมื่อใด
ขอตัดสินใจเข้าสู่พระนิพพานตามองค์สมเด็จพระประทีปแก้ว
ด้วยอำนาจพระบารมีขององค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าท่าน
ขอได้ทรงโปรดประท่านพระมหากรุณาธิคุณ แสดงพระวรกายของพระองค์ในสภาวะพระนิพพานให้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหมดรับสัมผัสได้อย่างถูกต้องตามความเป็นจริงทุกประการด้วยเถิดพระพุททธเจ้าข้า
ขณะนี้ความรู้สึกของทุกท่านว่าพระพุทธองค์ประทับอยู่ข้างหน้าพวกเราหรือเปล่าค่ะ...?"
ศิษย์ : "อยู่ครับ"
ครู : "เมื่ออยู่แล้วกราบนมัสการพระองค์ท่านหรือยังคะ...?"
ศิษย์ : "กราบแล้ว"
ครู : "ขณะที่กราบนมัสการ
วันนี้พระพุทธองค์ประทับนั่งหรือนอน หรือยืน...?"
ศิษย์ : "ประทับนั่ง"
ครู : "พระพุทธเจ้าของเราเข้าสู่พระนิพพานไปสองพันห้าร้อยกว่าปีแล้ว
กายเนื้อของพระองค์ถูกเผาไปแล้ว แต่จิตหรืออทิสสมานกายของพระองค์อยู่บนพระนิพพานตามสภาวะ
ความเป็นจริงแล้ว เวลาพระองค์ประทับอยู่ที่วิมานของพระองค์ ท่านแต่งองค์อย่างไร
ขอให้ข้าพระพุทธเจ้ารับสัมผัสได้อย่างถูกต้องตามความเป็นจริงทุกประการด้วยเถิดพระพุทธเจ้าข้าแล้วทั้งหมดขอกราบแทบพระยุคลบาทขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
ขณะที่กราบลงไป ความรู้สึกของใจว่าขณะนี้พระพุทธองค์แต่งองค์แบบไหนคะ...?"
ศิษย์ : "ทรงเครื่องพระนิพพาน"
ครู : "สวยไหมคะ...?"
ศิษย์ : "สวยค่ะ"
ครู : "ความรู้สึกเครื่องแต่งกายของพระองค์ออกสีอะไรคะ...?"
ศิษย์ : "สีขาวมีประกาย"
ครู : "ขณะนี้พระองค์แย้มพระโอษฐ์ไหมคะ...?"
ศิษย์ : "ยิ้มนิด
ๆ "
ครู : "หลวงพี่มีความรู้สึกพระพุทธองค์แย้มพระโอษฐ์ไหมคะ...?"
ศิษย์
(พระ) : "ยิ้มน้อย
ๆ "
ครู : "ขณะที่เราอยู่ต่อหน้าพระองค์ท่าน
ตัดสินใจว่าข้าพเจ้าจะรักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์นับตั้งแต่วันนี้จนกว่าจะเข้าสู่พระนิพพานในชาติปัจจุบัน
สำหรับพระสงฆ์ที่ครองผ้ากาสาวพัสตร์ถือว่าเป็นธงชัยแห่งพระอรหันต์ ต้องรักษาศีล ๒๒๗
ข้อ โดยเคร่งครัด และขณะที่ดำรงชีวิตอยู่จะทำงานทุกอย่างตามหน้าที่ให้ดีที่สุด
ถ้าร่างกายนี้ตายเมื่อใด การเกิดเป็นคนก็ดี เทวดาหรือพรหมก็ดี
ข้าพระพุทธเจ้าก็ไม่พึงปรารถนา ขอติดตามพระองค์มาอยู่บนแดนพระนิพพานแต่เพียงอย่างเดียว
ด้วยอำนาจพระบารมีขององค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดา
ขอได้ทรงโปรดประทานพระมหากรุณาธิคุณให้ข้าพระพุทธเจ้ารับสัมผัสอทิสสมานกายของข้าพระพุทธเจ้าแต่ละคนที่อยู่ต่อหน้าพระพุทธองค์บนพระนิพพานขณะนี้ด้วยเถิดพระพุทธเจ้าข้า
แต่ละคนดูซิคะว่าแต่งตัวยังไงเหมือนกายเนื้อข้างล่างที่นั่งอยู่ที่วัดท่าซุงหรือเปล่า...?"
ศิษย์ : "ไม่เหมือนแต่งตัวสวย"
ครู : "หลวงพ่อแต่งตัวเป็นพระสงฆ์หรือเปล่าคะ...?"
ศิษย์
(พระ) : "ไม่ได้แต่ง"
ครู : "แต่งเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายคะ...?"
ศิษย์ : "แต่งเป็นชาย"
ครู : "ให้ทุกคนขอดูอทิสสมานกายเวลาที่อยู่ที่วิมานพระพุทธเจ้าบนพระนิพพาน
กับกายเนื้อที่อยู่ในเมืองมนุษย์อันไหนสวยกว่ากัน...?"
ศิษย์ : "อยู่ข้างบนสวยกว่า"
ครู : "ภายในบริเวณวิมานพระพุทธเจ้ากว้างขวางหรือแคบคะ...?"
ศิษย์ : "กว้างค่ะ"
ครู : "นอกจากสมเด็จพระพุทธองค์แล้ว
มีใครเสด็จมาอีกไหมคะ...?"
ศิษย์ : "มี"
ครู : "มากหรือน้อยคะ...?"
ศิษย์ : "เสด็จมากันมาก"
ครู : "ทั้งหมดให้แยกกายตัวเองที่แต่งตัวสวย
ๆ ให้มีปริมาณเท่ากับทุก ๆ พระองค์ที่เสด็จมาทั้งหมด
แล้วกราบนมัสการท่านพร้อมกันทั้งหมดด้วย อาศัยบารมีพระพุทธเจ้าท่านช่วย กราบได้ไหมคะ...?"
ศิษย์ : "กราบแล้ว"
ครู : "มีความรู้สึกว่ามีใครอยู่ใกล้
ๆ เราไหมคะ...?"
ศิษย์ : "หลวงพ่อ"
ครู : "วันนี้หลวงพ่อแต่งตัวยังไงคะ...?"
ศิษย์ : "แต่งคล้ายพระพุทธองค์"
ครู : "หลวงพ่อใส่แว่นไหมคะ...?"
ศิษย์ : "ไม่ใส่ค่ะ"
ครู : "กราบระลึกถึงพระคุณท่าน
เพราะท่านเป็นผู้นำความรู้การฝึกมโนมยิทธิมาสอนเรา
ทำให้เราขึ้นมารับสัมผัสว่าแดนพระนิพพานมีจริง ไม่สูญอย่างที่เขาพูดกัน
ขณะที่กราบท่านมีความรู้สึกรักเคารพและผูกพันกับองค์ท่านมาก่อนไหม...?"
ศิษย์ : "รู้สึกคุ้น
ๆ กับท่านมาก่อน"
ครู : "ใจอยากจะเรียนท่านว่าอะไรขณะนี้...?"
ศิษย์ : "เรียกท่านพ่อ"
ครู : "เพื่อความมั่นใจ
ถ้าในอดีตชาติ เราเคยเกิดเป็นลูกองค์หลวงพ่อ
ขอให้ท่านได้มีพระเมตตายกมือให้ลูกได้ทราบ"
ศิษย์ : "ยกค่ะ"
ครู : "เราจะได้มั่นใจว่าในอดีตชาติเราเคยเกิดเป็นลูกหลวงพ่อถึงได้ติดตามมาฝึกวิชานี้
เมื่อเรารู้จักท่านพ่อในอดีตแล้ว
ขออัญเชิญท่านแม่ที่เป็นคู่บารมีขององค์หลวงพ่อมาทุกชาติ
ขอได้ทรงโปรดเสด็จประทับข้างหลวงพ่อให้ลูกได้กราบด้วยเถิดพระเจ้าข้า
ท่านเสด็จมาหรือยังคะ...?"
ศิษย์ : "มาแล้ว"
ครู : "ขอกราบแทบพระบาท
แล้วกราบบนตักท่าน"
ศิษย์ : "กราบแล้ว"
ครู : "พอกราบบนตักท่านแม่ทำอย่างไรคะ...?"
ศิษย์ : "ท่านลูบศีรษะ"
ครู : "มีความรู้สึกว่าท่านแม่มีความรักเมตตาห่วงใยมีความหวังดีต่อลูกไหมคะ...?"
ศิษย์ : "มีเมตตามาก"
ครู : "หลวงพ่อท่านบอกว่าใครจะมีพระคุณ
เกินแม่ไม่มีอีกแล้ว กราบถามท่านแม่ว่าจะกลับลงมาเกิดในเมืองมนุษย์อีกไหมคะ...?"
ศิษย์ : "ไม่ลงมาเกิดอีกแล้ว"
ครู : "ก็แสดงว่าท่านแม่ของลูกอยู่บนพระนิพพานแล้ว
ท่านดีใจไหมคะวันนี้ลูกขึ้นมาถึงพระนิพพานกราบท่านได้"
ศิษย์ : "ดีใจมากค่ะ"
ครู : "หลวงพ่อท่านบอกว่าทั้งพระ
ทั้งพรหม และเทวดา ถ้าในอดีตชาติเราเคยเกิดเป็นลูกท่านแม้แต่เพียงชาติเดียว
ท่านจะถือว่าเป็นลูกท่านตลอดไปคอยช่วยเหลือเราตลอดเวลา ถ้าไม่เกินกฎของกรรม
กราบถามพระนามสั้น ๆ ที่หลวงพ่อเรียกท่านแม่มาทุกชาติว่าชื่ออะไร...?"
ศิษย์ : "ท่านแม่ศรี"
ครู : "ถูกต้อง
ต่อไปนี้ให้จำท่านแม่ไว้ เวลาไปที่ใดขอบารมีให้ท่านช่วยนำไปจะได้คล่องขึ้น
วันนี้วิมานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลังใหญ่หรือหลังเล็ก และทำด้วยอะไร...?"
ศิษย์ : "ใหญ่มากครับ
ทำด้วยเพชร สวยมาก"
ครู : "เป็นการพิสูจน์แล้วว่า
แดนพระนิพพานไม่สูญอย่างที่บางคนพูดกัน คำว่าสูญ ต้องไม่มีอะไรเลย
นี่วิมานของพระองค์ก็มี พระองค์แย้มพระโอษฐ์แต่งองค์ทรงเครื่องพระนิพพาน
เราก็รับสัมผัสได้
แม้กระทั่งจิตหรืออทิสสมานกายของตัวเราเองออกจากร่างอยู่ต่อหน้าพระพุทธองค์
เราก็รับสัมผัสได้ ความรู้สึกของจิตเวลาอยู่บนพระนิพพานเป็นอย่างไร...?"
ศิษย์ : "สบาย
รู้สึก โปร่ง"
ครู : "สมอย่างที่พระพุทธองค์ตรัสว่า
นิพพานัง ปรมังสุขัง นิพพานเป็นสุขสุด จริงไหมคะ...?"
ศิษย์ : "จริงค่ะ"
ครู : "ขอให้ทุกคนขอบารมีขององค์สมเด็จพระประทีปแก้ว
ขอหลวงพ่อ ท่านแม่ช่วย
ขอรับสัมผัสแดนพระนิพพานทั้งหมดว่ามีวิมานมากหรือน้อยเพียงใด...?"
ศิษย์ : "มีวิมานมาก"
ครู : "แต่ละวิมานสว่างไสวหรือมืด...?"
ศิษย์ : "สว่างมาก
สวยไปหมดเลย"
ครู : "เหมือนความสว่างในเมืองมนุษย์ไหม...?"
ศิษย์ : "ไม่เหมือน
สว่างเป็นประกาย"
ครู : "ให้ทุกคนนึกถึงผลบุญที่ทำมาตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้
ถ้าข้าพระพุทธเจ้ามีวิมานอยู่บนพระนิพพาน ขอองค์สมเด็จพระบรมครู ขอหลวงพ่อ ท่านแม่ช่วยสงเคราะห์นำลูกไปวิมาน
และเห็นทรัพย์สมบัติในวิมานได้อย่างถูกต้องตามความเป็นจริงทุกประการ
เพื่อความมั่นใจที่จะกลับมาทำความดีในเมืองมนุษย์เพื่อให้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิดพระพุทธเจ้าข้า
มีความรู้สึกว่ามีวิมานไหมคะ...?"
ศิษย์ : "มีหลังคายอดแหลมวิมานทำด้วยแก้ว"
ครู : "เข้าไปในวิมานอันเป็นสมบัติของเรา
ถ้าตายไปจากชาตินี้ เข้าไปได้ไหมคะ...?"
ศิษย์ : "เข้าไปได้
มีเตียงนอนทำด้วยแก้วผสมทอง"
ครู : "ลองขึ้นไปนอนบนเตียงว่าจะลื่นหล่นลงมาไหม...?"
ศิษย์ : "ไม่หล่น
นอนได้ มีที่นอนหมอนมารองรับ"
ครู : "นอนสบายไหม
ถ้าไม่หล่นลงมาแสดงว่ากำลังใจเข้มแข็งพอ ถ้าตายก็สามารถขึ้นมาอยู่บนพระนิพพานได้
เป็นการวัดกำลังใจเราเอง องค์หลวงพ่อท่านแม่เสด็จมาไหมคะ...?"
ศิษย์ : "มาค่ะ"
ครู : "มีทรัพย์สมบัติในวิมานไหมคะ...?"
ศิษย์ : "มีมากคะ"
ครู : "ทรัพย์สมบัติพร้อมด้วยวิมานเกิดจากผลบุญที่เราทำมาทั้งหมด
ทีนี้เวลาทำบุญแล้ว ถ้าต้องการเห็นสิ่งใด
ก็ตั้งจิตอธิษฐานขอเห็นสิ่งนั้นมีที่วิมานหรือไม่
เวลานี้ให้ทุกคนลองเทียบดูตัวเราในเมืองมนุษย์
พร้อมด้วยบ้านที่อยู่กับวิมานของพระนิพพาน และอทิสสมานกายที่ออกจากกายเนื้อ
อันไหนสวยสดงดงามกว่ากัน...?"
ศิษย์ : "ข้างบนสวยกว่า"
ครู : "เห็นอย่างนี้แล้ว
ถ้าร่างกายเนื้อในเมืองมนุษย์ตายเมื่อใดยังจะเสียดายร่างกายของเราเองหรือห่วงใยอาลัยอาวรณ์ในร่างกายของบุคคลอื่นอันเป็นที่รักอีกไหม
หรือห่วงทรัพย์สมบัติในเมืองมนุษย์ไหม...?"
ศิษย์ : "ไม่เสียดาย
ไม่ห่วงใย"
ครู : "ฉะนั้นก็ตัดสินใจว่า
ถ้ากลับลงไปในเมืองมนุษย์ขณะที่ดำรงชีวิตอยู่จะทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด
ถ้ากายเนื้อพังเมื่อใดขอติดตามองค์สมเด็จพระบรมสุคตขึ้นมาอยู่ที่วิมานบนพระนิพพานแต่เพียงอย่างเดียว"
ครู : "ต่อไปนี้จะพาไปแดนพรหม
พรหมมีอยู่ ๒ ประเภท คือ รูปพรหมกับอรูปพรหม
ให้ทุกคนเอาจิตจับพระรูปพระโฉมขององค์สมเด็จพระพิชิตมารที่ทรงเครื่องพระนิพพานใสเป็นแก้วประกายพรึกทั้งองค์
แล้วขอบารมีหลวงพ่อ ท่านแม่ ขอไปแดนรูปพรหมที่แบ่งเป็นชั้น ๆ ทั้งหมด ๑๖ ชั้น
ขอรับสัมผัสว่าพรหมแบ่งเป็นชั้น ๆ จริงหรือไม่ มีวิมานมากหรือน้อยเพียงใด...?"
ศิษย์ : "แบ่งเป็นชั้น
แต่ละชั้นมีวิมานมาก"
ครู : "ขอไปแดนพรหมชั้นที่
๑๖ โดยขอบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลวงพ่อ ท่านแม่
ขอไปกราบท่านสหัมบดีพรหม ท่านเป็นใหญ่คุมพรหมทั้งหมด ๑๖ ชั้น ถึงหรือยังคะ...?"
ศิษย์ : "ถึงแล้ว"
ครู : "กราบท่านสหัมบดีพรหมหรือยัง...?"
ศิษย์ : "กราบแล้ว"
ครู : "ท่านสหัมบดีพรหมแต่งองค์เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย...?"
ศิษย์ : "แต่งเป็นผู้ชาย"
ครู : "แต่งเหมือนคนในเมืองมนุษย์หรือเปล่าคะ...?"
ศิษย์ : "ไม่เหมือน
แต่งตัวสวยเป็นแก้วแพรวพราว"
ครู : "ขอดูเนื้อของท่านสหัมบดีพรหมเป็นอย่างไรคะ...?"
ศิษย์ : "เนื้อใสเป็นแก้ว"
ครู : "เครื่องประดับของพรหมออกสีอะไร...?"
ศิษย์ : "เป็นประกายสีทอง"
ครู : "ประกายสีทองของเครื่องประดับสาด
มาจับเนื้อของพรหมที่ใสเป็นแก้ว จึงทำให้มองพรหมทั้งองค์คล้ายทอง รู้สึกไหมคะ...?"
ศิษย์ : "คล้ายเป็นทองทั้งองค์"
ครู : "พรหมท่านมีกี่หน้า
มีกี่มือ...?"
ศิษย์ : "มี
๔ หน้า มีหลายมือ"
ครู : "ขอท่านสหัมบดีพรหมช่วยให้เห็นตามสภาวะความเป็นจริงว่าอทิสสมานกายของพรหมมีกี่หน้า
มีกี่มือ ขอให้ท่านให้เห็นตามความเป็นจริงด้วยเถิดพระเจ้าข้า"
ศิษย์ : "ท่านมีหน้าเดียว
มี ๒ มือ"
ครู : "พรหมท่านมีที่อยู่เป็นบ้านหรือวิมาน...?"
ศิษย์ : "ท่านมีวิมานเป็นแก้ว"
ครู : "รูปพรหมทั้งหมดมี
๑๖ ชั้น พรหมชั้นที่ ๑-๑๑ ถ้าใครขึ้นมาเกิดพอหมดบุญวาสนาก็ต้องกลับลงไปเกิดอีก
แต่พรหมชั้นที่ ๑๒-๑๖
ถ้าใครขึ้นมาเกิด จะบำเพ็ญบารมีต่อถึงพระนิพพานเลย ไม่ต้องกลับลงไปเกิดอีกแล้ว
ให้ทุกคนขอบารมีองค์สมเด็จพระชินวร
กราบทูลถามว่าในอดีตชาติทั้งหมดที่ผ่านมาข้าพระพุทธเจ้า เคยเกิดเป็นพรหมมาก่อนไหม...?"
ศิษย์ : "เคยเกิด"
ครู : "ถ้าเคยเกิด
เกิดมากหรือน้อยครั้ง ขอพระองค์ได้ทรงโปรดประทานพระพุทธเมตตาแสดงภาพการเกิดเป็นพรหมทั้งหมดของข้าพระพุทธเจ้า
ว่าเคยเกิดมากหรือน้อยเพียงใด
ให้ข้าพระพุทธเจ้ารับสัมผัสได้อย่างถูกต้องความเป็นจริงด้วยเถิดพระพุทธเจ้าข้า"
ศิษย์ : "เคยเกิดมากจนนับไม่ถ้วน"
ครู : "ขอพระบารมีขององค์สมเด็จพระบรมโลกนาถ
ได้ทรงโปรดสงเคราะห์แสดงอทิสสมานกายของข้าพระพุทธเจ้าสมัยเกิดเป็นพรหมสัก ๑ ชาติ
พร้อมด้วยที่อยู่ด้วยเถิดพระพุทธเจ้าข้า"
ศิษย์ : "รู้สึกแล้ว
แต่งตัวเป็นผู้ชาย ใส่ชฎา มีเครื่องประดับ มีเนื้อใสเป็นแก้ว"
ครู : "พรหมไม่มีเพศอยู่ด้วยอำนาจธรรมปีติแต่งตัวคล้ายผู้ชายมีความสุขต่างกับกายเนื้อในเมืองมนุษย์ชาติปัจจุบันนี้ไหม...?"
ศิษย์ : "ต่างกันมาก"
ครู : "มีที่อยู่เป็นอย่างไรสมัยเป็นพรหม...?"
ศิษย์ : "ที่อยู่เป็นวิมานทำด้วยแก้วผสมทอง"
ครู : "จากจุดสูงสุดคือการเกิดเป็นพรหม
พอหมดบุญวาสนาบารมีจากพรหมชาติที่เห็นนี้ เราก็มาเกิดเป็นคนในชาติปัจจุบัน
สามารถแบกเอาวิมานทีเป็นแก้วหรืออทิสสมานกายที่สวยสมัยเป็นพรหมมาถึงชาตินี้ไหม...?"
ศิษย์ : "ไม่สามารถแบกเอามาได้เลยแม้แต่อย่างเดียว"
ครู : ขอบารมีพระพุทธเจ้า
ขอระลึกชาติ ถอยหลังก่อนที่ข้าพระพุทธเจ้าจะเกิดเป็นพรหมที่เห็นเมื่อกี้นี้
ข้าพระพุทธเต้าเกิดเป็นคนสมัยนั้นทำความดีอะไร ตายไปแล้วจึงไปเกิดเป็นพรหมได้
?
ศิษย์ : นั่งสมาธิ
ถือศีล ทำทาน สร้างวัด ฟังเทศน์
ครู : ขอดูภาพก่อนที่จิตจะออกจากร่างไปเกิดเป็นพรหม
เราตายในลักษณะอย่างไร
?
ศิษย์ : ตายอย่าสงบ
คล้ายกับเข้าฌานอยู่ แล้วจึงตาย
ครู : ถูกต้อง
คนที่จะไปเกิดเป็นพรหมได้เวลาตายจิตจะต้องเข้าฌานอยู่จึงจะไปเกิดเป็นพรหมได้
ต่อให้ทำบุญกี่แสนกี่ล้าน ถ้าไม่ได้เข้าฌานตายก็ไม่สามารถที่จะไปเกิดเป็นพรหมได้
การระลึกชาติตัวเองว่าเคยเป็นอะไรมาก่อน เรียกว่า ปุพเพนิวาสานุสติญาณ
เรารับสัมผัสแล้วว่า แดนรูปพรหมเป็นยังไง ให้ขอพระบารมีขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
ขอไปรับสัมผัสแดน อรูปพรหม ซึ่งแบ่งออกเป็น ๔ ชั้น
วันนี้ขอไปรับสัมผัสแดนอรูปพรหมชั้นที่ ๔ พร้อมกัน ไปถึงหรือยังคะ
?
ศิษย์ : ไปถึงแล้ว
ครู : เมื่อไปถึงมีความรู้สึกว่าแดนนี้เป็นยังไง
?
ศิษย์ : แดนอรูปพรหมกว้าง
เวิ้งว้างไม่มีขอบเขต และสว่าง
ครู : ในอาณาเขตของความสว่างคล้าย
ๆ มีอะไรไหมคะ
?
ศิษย์ : เป็นวง
ๆ ดวง ๆ มีประกายคล้ายดาว
ครู : มีดวงเดียวหรือหลายดวง
?
ศิษย์ : มีมาก
ครู : มีวิมานไหมคะ
?
ศิษย์ : ไม่มี
ครู : วง
ๆ หรือดวงเล็ก ๆ นั่นคือ จิตของผู้ที่ตายแล้วไปเกิดอยู่ในแดนอรูปพรหม
ไม่มีรูปร่างเหมือนอทิสสมานกายของพรหม และไม่มีวิมาน ลอยอยู่นานแสนนานนับเป็นกัป ๆ
ไม่สามารถจะรับฟังคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
พอหมดบุญวาสนาบารมีก็ต้องกลับลงมาเกิดใหม่หรืออาจไปเสวยทุกข์ในแดนอบายภูมิตามกรรมชั่วที่ทำไว้ก็ได้
พวกนี้ขณะที่เป็นมนุษย์ชอบเข้าอรูปฌาน แต่ไม่มีอารมณ์จิตรักพระนิพพาน
ตายแล้วจึงไปเกิดบนแดนอรูปพรหมเห็นอย่างนี้แล้วอยากมาลอยเป็นดวง ๆ อย่างนี้ไหม
?
ศิษย์ : ไม่อยาก
ครู : เมื่อไม่อยาก
ขอไปพระนิพพานชาตินี้ หลวงพ่อถึงได้สอนให้พวกเรามีอารมณ์จิตรักพระนิพพาน ตายแล้วจะได้ไปบนพระนิพพานอันเป็นแดนที่มีความสุข
ให้กราบลาท่านสหัมบดีพรหมที่ท่านสงเคราะห์เรา
แล้วทั้งหมดจับพระรูปพระโฉมของพระพุทธเจ้าที่ทรงเครื่องพระนิพพานให้ใสเป็นแก้วทั้งองค์
ขอหลวงพ่อ ท่านแม่ ขอไปแดนสวรรค์ทั้งหมด ๖ แดน ซึ่งไม่แบ่งชั้นเหมือนแดนพรหม
ว่าแดนสวรรค์ทั้งหมดมีวิมานมากหรือน้อยเพียงใดด้วยเถิดพระพุทธเจ้าข้า
ครู : สวรรค์เขตแรกที่จะไปคือสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัสดี
ขอไปกราบท่านท้าวมาลัย หรือพญามาราธิราช ท่านเป็นหัวหน้าคุมสวรรค์เขตนี้ทั้งหมด
ไปที่วิมานท่านถึงหรือยังคะ
?
ศิษย์ : ถึงแล้ว
ครู : กราบแทบพระบาทท่านท้าวมาลัย
ท่านแต่งองค์ยังไงคะ เทวดาชั้นนี้
?
ศิษย์ : แต่งเป็นเทวดา
มีเสื้อผ้าใส่ มีชฎา มีเครื่องประดับเนื้อของเทวดาผ่องใส
ไม่ทึบเหมือนเนื้อของคนในเมืองมนุษย์ แต่ไม่ใสเท่าพรหม
ครู : เทวดามีเสื้อผ้าใส่
ไม่เหมือนอย่างที่ภาพเขียนหรือภาพวาดตามฝาผนังโบสถ์เป็นเทวดา
นั้นความเป็นจริงท่านสวย มีเครื่องแต่งกายครบถ้วย ท่านมีความเป็นทิพย์ มีความสุข
วิมานของเทวดาชั้นนี้สวยไหมคะ
?
ศิษย์ : สวยค่ะ
หลังใหญ่ ทำด้วยแก้ว
ครู : เป็นอันว่าวิมานของเทวดาเป็นแก้ว
สวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัสดี คนที่จะมาเกิดได้ ขณะที่มีชีวิตอยู่ท่านได้ฌาน ๔ แต่เวลาตายไม่ได้เข้าฌานตาย
จึงมาเกิดเป็นเทวดาชั้นนี้ กราบลาท่านท้าวมาลัยที่สงเคราะห์เรา
ทั้งหมดขอบารมีขององค์สมเด็จพระทรงสวัสดิโสภาคย์ ขอหลวงพ่อ
ท่านแม่พาไปสวรรค์เขตต่อไป คือชั้น นิมมานรดี ขอไปกราบท่าน ท้าวนิมมานรดี
ที่วิมานของท่าน ถึงหรือยังคะ
?
ศิษย์ : ถึงแล้ว
ครู : กราบนมัสการท่าน
ท่านยิ้มไหมคะ
?
ศิษย์ : ยิ้ม
ท่านแต่งตัวเป็นเทวดาผู้ชาย
ครู : มีวิมานไหมคะ
ศิษย์
: มี
ครู
: วิมานท่านทำด้วยอะไรคะ
?
ศิษย์
: ทำด้วยแก้ว
ครู
: บริเวณเขตนี้ทั้งหมดมีวิมานมากน้อยเพียงใดคะ
?
ศิษย์ : มีวิมานมาก แพรวพราว