โดย ส.ธ.
สารบัญ
คำปรารภ
ประวัติสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก
พระพินิจอักษรกับวัดท่าซุง
อภินิหารพระพินิจอักษร
นิทานประวัติศาสตร์ของท่านครูสุวรรณ
ความเป็นมาของต้นราชวงศ์จักรี
ใครเป็นพ่อท่านโกษาทั้งสอง
ประวัติศาสตร์ย่ออยุธยาตอนปลาย
ใครฆ่าพระเจ้าตาก (สิน)
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
เริ่มการเกิดของพระเจ้าอู่ทอง
สมัยอยุธยา
บทส่งท้าย
เราจะเจอสงครามอาวุธไหม
พระราชานุกิจกรุงรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ ๑)
รายรับ-รายจ่าย ในงานทำบุญถวายพระราชกุศล

ขอขอบพระคุณคุณ chaikrit sripaksa ที่ช่วยพิมพ์และส่งไฟล์มาให้

นิทานประวัติศาสตร์ของท่านครูสุวรรณ

วันนี้ตรงกับวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.. ๒๕๓๐ ขอเริ่มเล่านิทานประวัติศาสตร์เป็นปฐม เพราะตั้งใจจะเล่านิทานประวัติศาสตร์มานานแล้ว ร่างกายมันป่วยไข้ไม่สบายเป็นปกติเลยเล่านิทานไม่ได้ วันนี้มันก็ทำเอาย่ำแย่มาตั้งแต่ตอน ๘ นาฬิกาเศษ เมื่อถึงวาระก็ทนทำเพื่อความเพลิดเพลินของลูกหลาน

เมื่อเป็นเด็กอายุ ๖ ขวบ ผู้เขียนเข้าโรงเรียนประชาบาลบ้านนอก ที่อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่วัดบางนมโค เมื่อเข้าใหม่ก็อยู่ชั้นเตรียม แต่ไม่ใช่เตรียมปริญญา เป็นเตรียมประถมปีที่ ๑ ชั้นเตรียมเวลานี้เวลานั้นมีหลักสูตรย่อดังนี้ การอ่านหนังสือต้องเรียนรู้จบมูลบท หลังจากนั้นต้องอ่านแบบเรียนเร็วเล่ม ๑ ได้คล่อง ท่องสูตรคูณได้คล่องถึงแม่สิบสอง แต่ผู้เขียนได้ถึงแม่สิบสามตั้งแต่ก่อนเข้าเรียน เพราะฟังรุ่นพี่เขาท่องเลยจำได้ไม่ต้องท่อง

เมื่อคล่องทุกอย่างจึงขึ้นชั้น ป.๑ เมื่อขึ้น ป.๑ ก็อ่านหนังสือทุกประเภทได้คล่องตัว ต้นเดือนใหม่ ครูท่านเอาหนังสือพิมพ์มาให้อ่านก็พอรู้เรื่องทางหนังสือพิมพ์บ้าง หนังสือพิมพ์ไม่มีขายเป็นสาธารณะแบบสมัยนี้ ต้องไปที่อำเภอ ครูใหญ่ท่านเป็นสมาชิกเดือนหนึ่งได้อ่านครั้งหนึ่ง

ลืมบอกไปว่า ครูใหญ่ที่สอนฉันท่านชื่อ สุวรรณ นามสกุล สว่างล้ำ บ้านอยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภอกรุงเก่า ท่านฉลาดในการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ท่านสอนรวมทุกชั้น ตั้งแต่ชั้นเตรียมถึง ป.๔ ท่านสอนจำง่าย วิธีสอนท่านไม่ตั้งท่าสอนเหมือนครูคนอื่น เมื่อถึงวันโกน (สมัยนั้นโรงเรียนที่ตั้งในวัดหยุด วันโกน วันพระ วันโกนเรียนครึ่งวัน)

พอถึงวันโกนท่านก็สอนวิชาประวัติศาสตร์ หรือภูมิศาสตร์ ตอนเข้าห้องเรียนใหม่ ๆ ตอนเช้าทุกวัน คิดเลขในใจ เมื่อคิดเลขในใจผ่านไปแล้วก็เรียนวิชาเลข สมัยนั้นเรียกว่า “ทำเลข” เหลือเวลาอีก ๑ ชั่วโมง จะเพล ท่านก็เรียกนักเรียนประชุมหมดทุกชั้น ตัวท่านเองไม่ยืน และไม่นั่งเก้าอี้ ท่านนั่งโต๊ะต่ำ ๆ เก่า ๆ ไม่มีพนักพิง แล้วก็เริ่มคุยแบบคุยกันธรรมดา เมื่อท่านคุยท่านก็บอกว่า

“นักเรียนทุกคนเรียนกันทุกวันสมองเครียดมาก วันโกนทุกวันฟังนิทานแทนการเรียน” แล้วท่านก็เล่านิทาน ท่านทำอย่างนี้ทุกวันโกน นิทานของท่าน ท่านเอาประวัติศาสตร์มาเล่าให้ฟัง ท่านบอกว่านิทานที่เล่านี้เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่เล่าให้ฟังต่อ ๆ กันมา อาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริงเสมอไป ขอให้ทุกคนฟังเพื่อความเพลิดเพลิน ตอนไหนถ้าตรงกับประวัติศาสตร์ ก็นำเอาไปใช้ในความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ฯลฯ เป็นต้น

แต่ทว่าผลที่ท่านสอนมาภายหลังมาเรียนต่อ ปรากฏว่ามาพบวิชาประวัติศาสตร์ แต่ยังไม่ครบที่ท่านเล่าเป็นนิทาน ต้องขอเทิดทูนครูผู้มีพระคุณอย่างประมาณมิได้

 

เริ่มนิทาน

ทุกท่านที่อ่านหรือฟังจงเข้าใจว่า เรื่องที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นนิทาน จะเอาถูกเอาผิดกับนิทานไม่ได้ สำหรับท่านที่ชอบเผลอจงอย่าเผลอว่าเป็นประวัติศาสตร์จริง แต่ตอนใดตรงกับประวัติศาสตร์ก็เอาไปใช้ได้ ตอนไหนไม่ตรงก็เอาเป็นนิทานแก้ว่างไปพลาง ๆ ก็แล้วกัน

 

สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก

เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ คุณพจน์ ภู่อารีย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี มาทำพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่หน้าโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา วัดท่าซุง และเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ ทำพิธีเสกน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นแล้วส่งเข้ากรุงเทพฯ เพื่อถวายพระเจ้าอยู่หัวสรง เนื่องในวาระที่พระองค์มีพระชนมายุครบ ๕ รอบ (๖๐ ปี)

เมื่อทุกท่านทำพิธีกรรมและสนใจในพระบรมมหาชนกของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ก็คิดถึงนิทานของ ท่านครูสุวรรณ เมื่อสมัยที่ฟังมาก็สนใจน้อย และต่อมาก็ไม่ได้สนใจ เพราะไม่ทราบความสำคัญ ต่อเมื่อเห็นพิธีกรรมเข้าจึงเข้าใจว่า เรื่องนี้มีความสำคัญมาก และนึกถึงพระคุณของท่านครูสุวรรณจะเอามาเล่าสู่กันฟังเท่าที่จำได้ แต่ขอย้ำว่าจงอย่าเข้าใจว่าถูกต้อง เพราะการเล่าต่อ ๆ กันมานั้นมีทั้งถูกตรงตามความเป็นจริง และมีทั้งขาดจากข้อความเดิม และแถมอาจจะมีเติมให้มากกว่าของจริงก็มี