โดย ส.ธ.
สารบัญ
คำปรารภ
ประวัติสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก
พระพินิจอักษรกับวัดท่าซุง
อภินิหารพระพินิจอักษร
นิทานประวัติศาสตร์ของท่านครูสุวรรณ
ความเป็นมาของต้นราชวงศ์จักรี
ใครเป็นพ่อท่านโกษาทั้งสอง
ประวัติศาสตร์ย่ออยุธยาตอนปลาย
ใครฆ่าพระเจ้าตาก (สิน)
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
เริ่มการเกิดของพระเจ้าอู่ทอง
สมัยอยุธยา
บทส่งท้าย
เราจะเจอสงครามอาวุธไหม
พระราชานุกิจกรุงรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ ๑)
รายรับ-รายจ่าย ในงานทำบุญถวายพระราชกุศล

ขอขอบพระคุณคุณ chaikrit sripaksa ที่ช่วยพิมพ์และส่งไฟล์มาให้

นิทานอิงประวัติศาสตร์

พระพินิจอักษร กับ วัดท่าซุง

         

คืนวันหนึ่งของปี พ.. ๒๕๑๕ ผู้เขียนนอนอยู่บนที่นอนเวลาประมาณ ๒๓.๐๐ น. เศษ วันนั้นรู้สึกว่าง่วงนอนเร็วกว่าที่เป็นอยู่ เมื่อเอนกายลงนอนได้มองเห็นชายคนหนึ่งรูปร่างขาวท้วม นุ่งผ้าโจงกระเบน สวมเสื้อธรรมดา แต่ยาวลงเลยชายพกประมาณ ๖ นิ้วฟุต มือขวาถือหนังสือเล่มใหญ่แนบกับตัว เมื่อมองเห็นภาพนั้นขณะที่ท่านเห็นภาพนั้นดับไฟมืดสนิท ไม่มีแสงสว่างจากภายนอกลอดเข้ามา ก็ทราบว่าชายที่เห็นนั้นไม่ใช่คนธรรมดา เพราะประตูใส่กลอนแล้ว หน้าต่างก็มีลูกกรงเหล็ก ผู้ที่ปรากฏนั้นตามความรู้สึกขณะนั้นบอกว่า “ชายผู้นั้นคือผี”

เรื่องการเห็นผีเป็นเรื่องธรรมดาของพระแก่ เพราะพบมามากมายหลายแบบหลายวิธี บางผีท่านชอบสนุก แสดงตัวให้เห็นกลางคืนไม่จุใจ ท่านก็ได้แสดงกลางวันอีก เรื่องของผีก็เป็นเรื่องของผี คนไม่สนใจกับผี ผีก็หมดท่าขู่ แต่ทว่าชายที่ยืนให้เห็นนั้น ท่าทางท่านสุภาพมาก ยืนเฉย ๆ ไม่แสดงอาการผิดปกติ แต่คนคือผู้เขียน เวลานั้นกำลังง่วงจัด อยากจะหลับท่าเดียว เมื่อเห็นท่านผู้นั้นเข้าก็มีความรู้สึกว่า เรื่องของผีเป็นเรื่องของผี คนง่วงนอนจะนอนหลับ ผีมีธุระอะไรพรุ่งนี้มาคุยกันใหม่ แต่ต้องมาก่อนง่วงนอน ถ้ามาเวลาง่วงนอนแบบนี้ไม่ขอคุยด้วย นึกแล้วก็หลับตามสบาย ท่านผี ชายคนนั้นจะไปทางไหนก็ไม่ทราบเหมือนกัน ที่ทราบแน่นอนก็คือตอนตีสี่ ตื่นขึ้นมาเจริญภาวนาไม่เห็นผีท่านนั้นเสียแล้ว

 

พระพินิจอักษรมาพบใหม่

เมื่อถึงวันรุ่งขึ้น วันนี้เข้านอนก่อนเวลาเพราะเกรงว่าจะง่วง และอาจผิดสัญญากับผีได้ ด้วยบอกไว้แล้วว่า วันนี้ถ้าท่านมีธุระให้มาพบก่อนง่วง เมื่อถึงเวลา ๒๒.๐๐ น. ก็ขอร้องให้ผู้มาพบกลับไป บอกท่านทั้งหลายว่าวันนี้ต้องเข้าที่นอนก่อนเวลา เพราะมีงานทำในเวลาก่อนนอน ทุกท่านที่มาก็แสนดี ท่านต่างคนต่างลากลับ เมื่อทุกท่านกลับหมดแล้วก็เข้าห้องบูชาพระตามปกติ เมื่อบูชาเสร็จก็เข้านอน พอถึงหลังพื้น หัวถึงหมอน คิดว่าจะนอนให้สบาย ก็ปรากฏภาพชายคนเมื่อวันที่ผ่านมามายืนอยู่ที่เดิม ที่ท่านยืนนั้นยืนข้างปลายเตียงระดับปลายเท้า แต่ไม่ได้ยืนตรงเท้า ท่านยืนเรียงข้าง ๆ ทางด้านขวา ท่านมาในรูปเดิมก็ถามท่านว่า “ท่านเป็นใคร”

ท่านตอบว่า “ผมคือ ทองดี ครับ”

ถามท่านอีกว่า “ทองดี คือใคร” (เพราะปกติไม่เคยสนใจมาก่อน และไม่เคยทราบประวัติความเป็นมาของท่าน

ท่านตอบว่า “ทองดี พ่อทองด้วงครับ”

ท่านตอบแล้วก็ยังนึกไม่ออกว่า ทองดี และทองด้วง คือใคร เพราะไม่เคยคิดว่าท่านทั้งสองซึ่งเป็นผู้มีคุณใหญ่ต่อประเทศ และผู้เขียนเองก็ยังสำนึกในบุญคุณของท่าน ที่ท่านเมตตาเสียสละให้ไทยได้เป็นไทอยู่จนทุกวันนี้ ท่านจะมาแสดงตนให้เห็น

ได้ถามท่านต่อไปว่า “ทองด้วง คือใคร”

ท่านตอบว่า “ทองด้วง คือ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก”

ได้ถามว่า “ที่ท่านมานี้ท่านมีความประสงค์อะไร”

ท่านบอกว่า “ผมเป็นครูครับ เมื่อท่านสร้างวัดเสร็จแล้ว ช่วยสร้างโรงเรียนให้ผมสักหนึ่งหลัง” ก็รับปากท่านว่าถ้าไม่เกินกำลัง เต็มใจสร้างให้ท่าน หลังจากนั้นก็คุยกันระหว่างผีกับคนจนใกล้รุ่ง ท่านจึงลากลับ ใจความที่คุยกันนั้นมีเนื้อความย่อดังนี้

 

สามบรรดาศักดิ์

ท่านมาเล่าให้ฟังว่า เดิมทีเดียวท่านเป็นข้าราชการที่กรุงศรีอยุธยา ได้รับบรรดาศักดิ์ครั้งสุดท้ายที่ พระอักษรสุนทร ต่อมาเมื่อพม่าล้อมกรุงศรีอยุธยา ท่านพาภรรยาและบุตรคนเล็กอายุ ๗ ปี ขึ้นไปพิษณุโลก ไปอยู่กับเจ้าเรืองพระฝาง พระยาพิษณุโลก เมื่อไปอยู่พิษณุโลก ทางเหนือตั้งให้ท่านเป็น พระพินิจอักษร เพราะให้ท่านเป็นครูสอนหนังสือ (หนังสือราชการ) กับพวกขุนนาง ต่อมาชั้นสุดท้ายได้รับบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์

          ท่านบอกว่า “ผมเกิดที่แม่น้ำสะแกตรัง (ชาวบ้านเรียกสะแกกรัง) เกิดในเรือครับ” ท่านบอก “เรือที่ผมคลอดจากครรภ์มารดาอยู่ตรงนี้ครับ” (ท่านชี้สถานที่เรือจอดให้ทราบ)