ทิพจักษุญานไม่เสมอกัน
| หลวงพ่อ | พระปัจเจกพุทธเจ้าก็คือพระอรหันต์
มีคุณธรรมพิเศษยิ่งกว่าพระอรหันต์ธรรมดายิ่งกว่าพระอัครสาวก
เพราะสามารถบรรลุได้ด้วยตัวเอง
และความเป็นทิพย์
ความสว่างกว่าพระอัครสาวกมาก
ความสว่างในด้านทิพจักขุญานของท่าน
ท่านเปรียบเหมือนพระจันทร์เต็มดวงที่ไม่มีเมฆบัง
ส่วนพระอัครสาวก ความสว่างทิพจักขุญานของท่าน เปรียบเหมือนคบเพลิงไปจุดในที่มืด ต่างกันเยอะ พระอรหันต์ปกติ ความสว่างของทิพจักขุญานเหมือนเอาตะเกียงรั้วไปตั้ง ถ้าหากพระโสดา สกิทาคา ความสว่างของทิพจักขุญานเหมือนกับเอาเทียนไปตั้ง พวกฌานโลกีย์ ก็เหมือนกับเดินไประหว่างเดือนมืด แต่เดือนมืดใหม่ๆ มองเห็นดำ นี่เปรียบเทียบกำลังของความสว่าง แต่สำหรับพระพุทธเจ้านั้น ความสว่างของทิพจักขุญานเหมือนกับพระอาทิตย์ในเวลาเที่ยงวัน ฉะนั้น พระอรหันต์ท่านจึงไม่ไช้กำลังของท่านเองเพราะท่านรู้ว่ากำลังของท่านไม่ละเอียดพอ |
| ผู้ถาม | อย่างนี้ก็แสดงว่าพระอรหันต์มีความสามารถไม่เท่ากันสิครับ..? |
| หลวงพ่อ | ใช่
อรหันต์ฝ่าย สุกขวิปัสสโก
ความรู้น้อยเต็มที ผีเผอ..
ท่านบอกไม่เห็นเลย เทวดาเป็นยังไง..กูไม่รู้ กูไม่เห็น แต่ท่านตัดกิเลสได้ เตวิชโช มีทิพจักขุญาน ระลึกชาติได้ ฉฬภิญโญ มีฤทธิ์ได้ เหาะเหิรเดินอากาศได้ ปฏิสัมภิทัปปัตโต รวบเลย วิชชาสามด้วย อภิญญาหกด้วย ฉลาดด้วย เหนือกว่าใครหมด และปฏิสัมภิทาญานยังแบ่งออกเป็น ๓ ขั้น ปฏิสัมภิทาญาน ขั้นปกติสาวกอย่างหนึ่ง ปฏิสัมภิทาญาน ขั้นมหาสาวกนี่อีกอย่างหนึ่ง ปฏิสัมภิทาญาน ขั้นอัครสาวกอีกอย่างหนึ่ง และอัครสาวกก็ยังแบ่งเป็นซ้าย-ขวา ความสามารถก็ไม่เท่ากัน อัครสาวกเบื้องขวามีความสามารถยิ่งกว่าใครทั้งหมด ด้านปัญญา แต่สู้พระพุทธเจ้าไม่ได้ |
| พระพุทธเจ้าถามปัญหาที่สังกัสนคร | |
| หลวงพ่อ | มีคราวหนึ่ง..ตอนที่พระพุทธเจ้าลงจากดาวดึงสเทวโลก
ตอนเสด็จไปโปรดพระพุทธมารดา
ลงที่ประตูเมืองสังกัสนคร
พอถึงปั๊บพระพุทธเจ้าท่านก็ถามปัญหาวิสัยที่เป็นปุถุชน
พระที่เป็นปุถุชนก็ตอบได้
พอถามปัญหาวิสัยของพระโสดาบัน
เจ๊ง..อ้าปากหวอ
แต่พระโสดาบันตอบได้
พอถามปัญหาวิสัยของพระสกิทาคามี พระโสดาบันตอบไม่ได้ พระสกิทาคามีตอบได้ พอถามปัญหาวิสัยของพระอนาคามี พระสกิทาคามีตอบไม่ได้ ตอบนี่มันถูกต้อง ไม่ใช่พูดส่งเดช พอถามปัญหาวิสัยของพระอรหันต์ พระอนาคามีตอบไม่ได้ ถามปัญหาของพระอัครสาวกเบื้องซ้าย พระโมคคัลลาน์ตอบ ถามปัญหาวิสัยของพระอัครสาวกเบื้องขวา พระโมคคัลลาน์เงียบ พระสารีบุตรตอบ ถามปัญหาของพระพุทธเจ้า พระสารีบุตรเงียบ พระพุทธเจ้าถามอีกทีให้ง่ายเข้า พระสารีบุตรตอบได้ อันนี้จะนึกว่าพระอรหันต์เหมือนกัน จะมีความสามารถเท่ากันไม่ได้ เพราะฉะนั้นพระอรหันต์ทุกองค์ท่านจึงยอมโง่ ถามพระพุทธเจ้าดีกว่า มันไม่ปวดหัวใใช่ไหม ถ้าจะปวดหัวในด้านความคิด ด้านประสาท พระอรหันต์ไม่มีเลย ถ้าจะปวดหัวก็ต้องเป็นกฏของกรรม ถ้ากฏของกรรมมันอาจจะปวดหัวมัวตาบ้าง แต่ปวดหัวในเรื่องความคิดไม่มี เพราะฉะนั้นพระอรหันต์จึงไม่มีคำว่ากลุ้ม ถ้ามีก็ไม่ใช่พระอรหันต์ เป็นกังหัน คือหันเหมือนกัน หันไปหันมาเวียนหัว ใช่ไหม ไม่เชื่อลองหันดูซิ |
| ผู้ถาม | (หัวเราะ)..แล้วคนที่เป็นพระอริยเจ้านี่เสื่อมไหมครับ..? |
| หลวงพ่อ | น่าจะเป็นพระอริยะศาสนาอื่น ไม่มี..พระอริยะนี่ไม่มีเสื่อมถ้าเสื่อมก็ต้องเป็นศาสนาอื่น |
| ผู้ถาม | แล้วศาสนาเชน นี่เป็นยังไงครับ..? |
| หลวงพ่อ | โอ ต้องไปอินเดีย ศาสนาในสมัยพระพุทธเจ้าเรียกว่า อเจลก แต่ว่าเขาก็มีวิธีปฏิบัติของเขานะ เขาเคร่งเครียดเหมือนกัน คือว่าพวกนี้ก็หนักไปในด้านสามาธิ แล้วก็ถือว่าพระสมณโคดมประกาศตนว่าเป็นอรหันต์ ไม่ติดในลาภ สักการะยังมีผ้านุ่งอยู่ แต่เขานี่แน่กว่า |
| ผู้ถาม | ในหนังสือเล่มหนึ่งเขียนบอกว่า ศาสนาเชนเป็นนิกายหนึ่งของพระพุทธศาสนา |
| หลวงพ่อ | เอาเข้าแล้ว
ใครเขียนนะ
เชนเขาเกิดก่อนศาสนาพุทธ
เขาเกิดก่อนมากไม่ใช่เกิดทีหลัง
ฉะนั้นเป็นศาสนาที่พระพุทธเจ้าเราหักล้างเขาไม่ได้
แต่ว่าพระพุทธเจ้ากไม่ต้องการหักล้าง
ในสมัยที่พระพุทธเจ้าอยู่ คนนับถือศาสนาเชนมากกว่าศาสนาพุทธ เพราะเขาเก่าแก่มานาน และของเขาก็มีเหตุผลพอว่า เขานี่ไม่ติดทรัพย์สินทรัพย์สมบัติ ไม่มีแม้แต่เสื้อ กางเกงเขาก็ไม่มี เขาแน่ดีเหมือนกัน คุณจะปรารถนาไปเป็นเชนก็ได้นะ แต่ต้องแก้ผ้าหมด |
| ผู้ถาม | (หัวเราะ)..ไม่ล่ะครับ ทีนี้มีอีกข้อครับ คนบางคนเขาสงสัยว่า ทำไมพระพุทธเจ้าประสูติแล้วเดินได้ตั้ง ๗ ก้าว รู้สึกว่าจะเหลือเกินไปเสียแล้ว..? |
| หลวงพ่อ
|
ไม่เหลือ
นี่ยังน้อยนา
นี่แค่เดินย่อๆนะ
ท่านเกรงใจ ชาวบ้าน
ไม่งั้นเดินทั่วโลกเลยนะ
อย่าลืมว่า อัจฉริยะมนุษย์ ไม่งั้นจะเป็นพระพุทธเจ้าได้ยังไง
ใช่ไหม..พระพุทธเจ้าท่านเกิดมาพูดได้ทันที
ถ้าท่านมีความสามารถเท่าเรา
เราก็เป็นพระพุทธเจ้าได้หมดเลย
ไม่ต้องมีสาวกกันละ ใช่ไหม..
อัจฉริยะ แปลว่า อัศจรรย์ คือต้องบำเพ็ญบารมีมา ๔ อสงไขกับแสบกัป ฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างต้องแตกต่างกว่าคนธรรมดา การบรรลุอภิเสกสัมโพธิญานก็ต้องอาศัยการบรรลุด้วย ตนเองไม่ได้มีครูสอนใชไหม |
จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญญาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 4